[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย : ยินดีต้อนรับ
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมือง จ.เชียงราย
โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ

เมนูหลัก
ปฏิทินกิจกรรม


กันยายน 2560
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

ลิงค์ภายใน


ลิงค์แนะนำ


ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 7 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
แบบสอบถาม

   แบบสำรวจความพึงพอใจในเว็บไซต์ มทบ.37


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. พอใช้
  5. ต้องปรับปรุง



  
ประวัติรอยพระบาท  
 

ประวัติความเป็นมาของศาลารอยพระบาท

07

          เริ่มจากสถานการณ์ก่อการร้ายในจังหวัดในปี พ.ศ.๒๔๙๗ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานจำนวนเดินทางเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อแสวงหาแนวร่วมพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเขาที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน จังหวัดเชียงรายและจังหวัดน่าน รวมทั้งพื้นที่ชายแดนด้านจังหวังพะเยาในปัจจุบันบางส่วฟนภายหลังจากสามารถปลุกระดม ชาวเขาได้บางพื้นที่จนสำเร็จในปี พ.ศ.๒๕๐๗ ได้คัดเลือกส่งไปอบรมวิชาการเมืองการทหารรุ่นแรก ที่เมืองฮัวมินห์ ประเทศธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อกลับมาเตรียมงานในพื้นที่ไว้รอรับสมาชิก พคท. ซึ่งได้เดินทางเข้าสู่ พื้นที่จังหวัดเชียงราย ในปี พ.ศ.๒๕๐๙ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการชี้นำด้านการเมืองและการทหาร

          เมื่อสามารถขยายเขตงานได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง พคท. จึงเปิดฉากการต่อสู้ด้วยอาวุธกับเจ้าหน้าที่ในภาคเหนือขึ้นเป็นครั้งแรกที่บ้านน้ำปาน ต.นาไร่หลวง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน เมื่อ ๒๖ ก.พ. ๒๕๑๐ ซึ่งถือว่าเป็นวัน "เสียงปืนแตก" ของ พคท. ในเขตภาคเหนือ จากนั้นได้ขยายการต่อสู่เรื่อยมา โดยในวันที่ ๙ พ.ค. ๒๕๑๐ ได้มีการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลที่ บ้านห้วยชมภู ต.ยางฮอม อ.เทิง จ.เชียงราย (เป็นครั้งแรก ในเขตพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น)

05

          นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๑ พคท. สามารถจัดตั้งฐานที่มั่นในภาคเหนือได้ถึง ๙ แห่ง และฐานที่สำคัญแห่งหนึ่งคือ ฐานที่มั่น ดอยยาว-ดอยผาหม่น จ.เชียงราย พคท. ได้จัดตั้งคณะทำงานในรูป "คณะกรรมการจังหวัดเชียงราย" แบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น ๔ เขตงาน คือ เขตงาน ๕๒ เขตงาน ๙ เขตงาน ๗ และเขตงาน ๘

          สำหรับพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่นเป็นพื้นที่ควบคุมของ เขตงาน ๘ ในเขต อ.เทิง และอ.เชียงของ จ.เชียงราย รวมทั้งพื้นที่ อ.เวียงแก่น อ.ขุนตาลในปัจจุบันนี้ ด้วยกองกำลังติดอาวุธของ พคท. ขณะนั้นมีประมาณ ๖๐๐ คน มีมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง อีกประมาณ ๒,๓๐๐ คน

         ความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการสร้างทางและการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง การสู้รบสมรภูมิแห่งนี้เกิดขึ้นหลายยุทธการ เช่น ยุทธการอิทธิชัย (วีรกรรมดอยม่อนเคอ) ยุทธการขุนห้วยโป่งและยุทธการเกรียงไกร (วีรกรรมเนิน ๑๑๘๘ พญาพิภักดิ์)

        โดยใช้กำลังทหารในพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าปฏิบัติการตรวจล้างและปราบปราม ผกค.ตามคำสั่ง ทภ.๓/กอ.รมน.ภาค๓ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ - พ.ศ. ๒๕๒๕ จึงสามารถกำชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือ พคท.

          ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ พัน.ร.๔๗๓ ซึ่งมี พ.ท.วิโรจน์ ทองมิตร เป็น ผบ.พัน (ตำแหน่งปกติ
ผบ.ร.๑๗ พัน.๓) เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ ดอยยาว - ดอยหม่น ตามแผนการเพื่อต่อสู่เอาชนะคอมมิวนิสต์ จนเกิดยุทธการยึดเนิน ๑๑๘๘ บนยอดดอยพญาพิภักดิ์ได้ ทำให้ พคท. ล่มสลายในที่สุด

IMG 9117

          ในวันที่ ๒๗ ก.พ. ๒๕๒๕  ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราชองค์จอมทัพไทย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและพระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ เพื่อทรงเยี่ยมทหารกล้าและราษฎร ณ ฐานปฏิบัติการดอยพญาพิภักดิ์ บนสันดอยยาว อ.เทิง จ.เชียงราย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงพระกรุณาพระราชทานประทับรอยพรบาทของพระองค์ลงบนแผ่นปูนปลาสเตอร์ที่เตรียมไว้เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่ทหารกล้าทั้งปวงนับตั้งบัดนั้นเป็นต้นมา

          ปัจจุบัน รอยพระบาทฯ คู่หนึ่งประดิษฐานอยู่ ณ ศาลารายพระบาทกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๗ ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของกำลังพลคู่กับอนุสาวรีย์ผู้เสียสละสืบต่อไป อีกคู่หนึ่งเก็บรักษาไว้ที่จังหวัดเชียงราย

ศาลารอยพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

ภาพนง18

        เนื่องในศุภวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระเจริญ พระชนมพรรษา ๖ รอบนั้นเป็นวโรกาสมิ่งมหามงคลอันพิเศษยิ่งที่ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจักได้แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรด้วยการร่วมมือร่วมใจสร้างหอพิพิธภัณฑ์ รอยพระบาท ร.๙ ไว้เป็นถาวรวัตถุที่ทรงคุณค่าและเป็นสมบัติส่วนรวมของชาติสืบไป


ภาพนง15

          เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ คณะกรรมการจัดงานนิทรรศการ "พระก่อพระเกื้อหล้า" ได้ทราบความเรื่องรอยพระบาทฯและเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์นี้จึงได้ขอความร่วมมือมายัง กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๗ ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่ออันเชิญรอยพระบาทฯไปร่วมจัดนิทรรศการ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร ตั้งแต่วันที่ ๑ - ๗ ธันวาคม ๒๕๔๒ และได้อัญเชิญกลับมาวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๔๒ ในงานครั้งนี้มีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมจำนวนมากอีกทั้งมีการแพร่ภาพทางรายการโทรทัศน์หลายช่อง คำถามส่วนใหญ่ คือ รอยพระบาทเกิดขึ้นได้อย่างไร ผู้สร้างและมีแรงดลใจอย่างไรจึงขอพระราชทานของสิ่งนี้มีขั้นตอนเตรียมการและวิธีการทำได้อย่างไร มีจุดมุ่งหมายทำเพื่ออะไร ไม่เกรงกลัวบารมีบ้างหรืออย่างไร ฯลฯ ซึ่งความสนใจในเหล่านี้คงเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของความในใจใคร่รู้ของประชาชนส่วนใหญ่ ดังนั้น หากได้มีการก่อสร้างหอพิพิธภัณฑ์รอยพระบาท ร.๙ และจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์ส่วนนี้ให้ไว้กับประชาชน ได้ทราบความเป็นมาและเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนความทรงจำถึงความยากลำบากของการแย่งชิงอธิปไตยเหนือดินแดนแห่งนี้ก็จะเป็นส่วนทำให้เกิดความรู้สึกรักชาติหวงแหนแผ่นดินและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ภาพนง4











          ปัจจุบันรอยพระบาท รัชกาลที่ ๙ ได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ศาลารอยพระบาทหลังใหม่ ตั้งอยู่บนดอยโหยด ภายในบริเวณค่ายเม็งรายมหาช เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสที่จะทรงพระชนมายุ ครบ ๘๐ พรรษา   ในวันที่ ๕   ธันวาคม  ๒๕๕๐ 

“ โครงการก่อสร้างศาลารอยพระบาท และศาลาทรงงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ”

เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ใน ๕ ธันวาคม ๒๕๔๙ และเป็นสถานที่ให้ประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงรายได้เคารพสักการะ และเป็นสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงรายต่อไปรวมทั้งเป็นอนุสรณ์เตือนใจแก่ประชาชน ให้สำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
ที่ได้แสดงออกถึงความกล้าหาญในการทรงเยี่ยมทหาร  ณ พื้นที่เสี่ยงภัย  โดยไม่คำนึงถึงภยันตราย

 
 
*****************  
 
 
 
 
 
 
 
 



www.rta.mi.th/gjag/ ข่าวทหารบก
ตรวจสอบยอดเงิน อทบ. คำรับรองการปฏิบัติราชการ
การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล สหกรณ์ออมทรัพย์
การประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก http://korlor.cloud.rta.mi.th/
เชิญอ่านต่อ