[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย : ยินดีต้อนรับ
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมือง จ.เชียงราย
โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ

เมนูหลัก
ปฏิทินกิจกรรม


กันยายน 2560
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

ลิงค์ภายใน


ลิงค์แนะนำ


ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 7 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
แบบสอบถาม

   แบบสำรวจความพึงพอใจในเว็บไซต์ มทบ.37


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. พอใช้
  5. ต้องปรับปรุง



  
ประวัติหน่วย  
 




จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงค์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์
กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสด็จตรวจราชการที่เมืองเชียงราย
พุทธศักราช ๒๔๖๕ ทรงฉายร่วมกับ พลเอก พระเจ้าวรวงค์เธอ กรมหมื่นอดิศรอุดมศักดิ์
เมื่อยังทรงพระยศ นายพลโท หม่อมเจ้าอลงกฎ แม่ทัพน้อยที่ ๒
พร้อมกับนายทหารกรมทหารราบที่ ๑๘ ที่โรงนอนทหารบนดอยจำปี
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย


            ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๑ กองทัพบกได้จัดตั้งจังหวัดทหารบกเชียงรายขึ้น โดยขึ้นการบังคับบัญชากับ กรมบัญชาการทหารบก มณฑลพายัพฝ่ายตะวันตก (เชียงใหม่) ตามเดิม ตามคำสั่งทหารบกที่ ๒๒๓/๒๘๒๕๔ ลง ๒๒ มีนาคม ๒๔๖๑ โดยมี พ.อ.พระสุระรณชิต เป็นผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย เป็นท่านแรก และได้เปลี่ยนชื่อหน่วยใหม่ เป็น "กรมทหารราบที่ ๑๘"
ได้มีเจ้านายผู้ใหญ่มาตรวจราชการในเมืองเชียงราย คือ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงค์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ร่วมกับ พระเจ้าวรวงค์เธอ กรมหมื่นอดิศรอุดมศักดิ์ ขณะดำรงพระยศเป็น นายพลโท หม่อมเจ้าอลงกฎ แม่ทัพน้อยที่ ๒ โดยเสด็จตรวจเยี่ยมหน่วยทหารเมืองเชียงราย ที่บริเวณดอยจำปี

กรมทหารราบที่ ๑๘ และจังหวัดทหารบกเชียงราย ได้ปฎิบัติภารกิจมาไม่ปรากฎเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในเมืองเชียงราย จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ ๑ ยุติลง นานาประเทศได้รับความกระทบกระเทือนจากผลของสางครามโลกครั้งที่ ๒ จนเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง รัฐบาลไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้สั่งยุบเลิกหน่วย จังหวัดทหารบกเชียงราย และ กรมทหารราบที่ ๑๘ เสีย เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๗๑ ตามคำสั่งกลาโหม ลง ๒๖ มีนาคม ๒๔๗๑


การก่อตั้งจังหวัดทหารบกเชียงราย (ยุคที่ ๒)
            นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๗๑ จนถึงพุทธศักราช ๒๔๙๑ เป็นระยะเวลา ๒๐ ปี ที่จังหวัดทหารบกเชียงรายได้ว่างเว้นจากการมีหน่วยทหารประจำ

อนึ่ง ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๓ มหาสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้อุบัติขึ้น กองทัพไทยได้มีบทบาทต่อการรักษาสันติภาพของโลก และได้รับผลกระทบจากผลของสงคราม

หน่วยทหารที่เคยเข้าร่วมปฏิบัติการในสงครามเอเชียบูรพาในพื้นที่จังหวัด เชียงราย และจังหวัดพะเยา มีหลายหน่วย อาทิ.-


๑. หน่วย กรมทหารราบที่ ๔ และที่ ๕ (ภายหลังการแปรสภาพเป็นกรมทหารราบที่ ๒)

            เป็นหน่วยรบด้านบูรพาทิศ ซึ่งกำเนิดจากการ จัดหน่วยระดับกองพลสนามขึ้นเรียกว่า "กองพลที่ ๒" ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๔

กรมทหารราบทั้ง ๒ ได้รับมอบหมายให้เคลื่อนย้ายกำลังไปร่วมรบกับ กองพันพายัพที่ ๒ โดยพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ และเคลื่อนกำลังไปปฏิบัติการรบในครั้งนั้น คือ สหรัฐไทยเดิม และหน่วยทั้งสอง ได้ปฏิบัติการรบสำเร็จภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างสมบูรณ์ กล่าวคือ สามารถเข้ายึดเมืองสำคัญต่างๆ ในสหรัฐไทยเดิมได้ทั้งหมด อาทิ เมืองเชียงตุง, เมืองยู้, เมืองเชียงขา, เมืองแฮะ เป็นต้น จึงนับว่าเป็นเกียรติประวัติ และวีรกรรม อย่างสูง
นามผู้บังคับหน่วยทั้งสองคือ

- พ.ท.หลวงอภิชิตเรืองเดช
- พ.ท.ขุนนันทโยธิน


๒. ร.๓

             เมื่อ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ เมื่อญี่ปุ่นบุกเข้าประเทศไทย จนได้กลายเป็นมหามิตร และได้ตกลงทำการร่วมรบกันในสงครามมหาเอเชียนั้น กรมทหารราบที่ ๗ ได้ถูกตั้งขึ้นอีกที่จังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย
  • ผบ.กรม ร.๗
  • พ.อ.หลวงนิเทศยุทธศิลป์ (ฟู มาศนันทร์)
  • เสธ.กรม ร.๗
  • พ.ต.เกียรติ์ บูรกสิกร

ในต้นเดือนมกราคม ๒๔๘๕ บก.กรม ร.๗ และหน่วยในกรมทหารราบที่ ๗ ได้เคลื่อนกำลังพลทั้งหมด ไปเข้าที่บริเวณบ้านร่องห้า อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย (ยังไม่ได้ตั้งเป็นจังหวัด) ต่อมา ในเดือนเมษายน ๒๔๘๕ บก.กรม ร.๗ ไปตั้งหน่วยที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย หน่วยขึ้นตรงต่อ บก.กรม อยู่บริเวณวัดดอนตัน ส่วนกองพันต่างๆ เข้าที่ตั้ง ดังนี้.-
ร.พัน.๑๙ เข้าที่ตั้งบริเวณตำบลแม่ลาว ห่างจากที่ตั้ง บก.กรม ร.๗ ไปทางทิศเหนือ ๑๖ กิโลเมตร
ร.พัน.๒๐ เข้าที่ตั้งบริเวณบ้านดอย ห่างจากที่ตั้ง บก.กรม ร.๗ ไปทางทิศเหนือ ๓ กิโลเมตร
ร.พัน.๒๑ อยู่ที่ตำบลแม่ใจ ห่างจากที่ตั้ง บก.กรม ร.๗ ไปทางทิศใต้ ๑๘ กิโลเมตร

ต้นเดือนมิถุนายน ๒๔๘๕ หน่วย กรม ร.๗ ได้เคลื่อนที่เป็นกองหนุนของกองพลที่ ๓ ไปเข้าที่ตั้งดอยเหมย กองพันทหารราบที่ ๑๙ และกองพันทหารราบที่ ๒๐ ให้เดินทางเลยไปที่บ้านเชียงตุง ส่วนกองพันทหารราบที่ ๒๑ ให้อยู่กับกองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๗ และได้เคลื่อนที่ติดตามไปหลังจากที่กองพันทหารราบที่ ๑๙ และกองพันทหารราบที่ ๒๐ ได้เข้าที่เรียบร้อยแล้ว

๑๑ มิถุนายน ๒๔๘๕ ได้ส่ง กองพันทหารราบที่ ๑๙ เดินทางไปเข้าตีข้าศึก และยึดเมืองยอง เมื่อยึดแล้วให้วางกำลังขัดตาทัพไว้ (เมืองยองอยู่ทางทิศเหนือเมืองเชียงตุง)

๑๒ มิถุนายน ๒๔๘๕ ได้ส่งกองพันทหารราบที่ ๒๐ เดินทางไปยึดเมืองมะ อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือเมืองเชียงตุง ผลการปฏิบัติทั้ง ๒ กองพัน คือ กองพันทหารราบที่ ๑๙ เข้าตี และยึดเมืองยองไว้ได้เรียบร้อย ส่วนกองพันทหารราบที่ ๒๐ ซึ่งเดินทางไปได้ปะทะกับแนวต้านทานของข้าศึกที่บ้านปางฮก ในเวลา ๑๑.๐๐ น. ของวันนั้น ได้เข้าโจมตี และโอบล้อมข้าศึก ส่วนนอกนั้นถอยหนีไปได้ ข้าศึกที่ถอยหนีไปนี้ได้ถอยไปเป็น ๒ ทาง ส่วนใหญ่ถอยไปทางท่าข้ามตำหนักกุลา บ้านตาปิง อีกส่วนหนึ่งถอยไปทางท่าข้ามบ้านเปิม ได้จัดกำลังติดตามไปถึงท่าข้าม บ้านท่าเปิม แต่ไม่พบข้าศึกหรือมีการต้านทานอย่างใด ส่วนใหญ่ที่ตามไปท่าข้ามแม่น้ำหลอย ตำหนักกุลานี้ ได้พบการต้านทานจากข้าศึกทางฝั่งตรงข้าม จึงหยุดภูมิประเทศทางฝั่งนี้อยู่

ครั้นเมื่อ ๑๕ มิถุนายน ๒๔๘๕ กองพันทหารราบที่ ๒๐ ได้ข้ามลำน้ำต่อหน้าข้าศึกทำลายข้าศึกฝั่งตรงข้ามแล้ว ติดตามไปปะทะแนวที่มั่นบ้านกิ่วซาย ไม่สามารถจะขับไล่ข้าศึกส่วนนี้ได้ เพราะข้าศึกยึดภูมิประเทศดีกว่า และอยู่สูงกว่า จึงถอนกำลังมายึดทางฝั่งตรงข้ามตามเดิม

ใน ๒๓ มิถุนายน ๒๔๘๕ กรมทหารราบที่ ๗ ได้ส่งกองพันทหารราบที่ ๒๑ ข้ามลำน้ำที่บ้านท่าเปิม เพื่อจะได้ตีตลบทางด้านหลังข้าศึกที่บ้านกิ่วซาย ช่วยให้กองพันทหารราบที่ ๒๐ เข้าตีได้สำเร็จ และเดินทางไปยึดบ้านมะได้ตามคำสั่ง แต่กองพันทหารราบที่ ๒๑ ได้ข้ามลำน้ำและปะทะข้าศึกฝั่งตรงข้ามแตกถอยและติดตามไปถึงบ้านปางก้อ กำลังของกองพันทหารราบที่ ๒๑ จึงได้ถูกข้าศึกโอบล้อมยิงจนทำให้ พันตรี ยง ศรีคารานันท์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๒๑ เสียชีวิตในที่รบ และถอนกำลังมายึดอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านท่าเปิมตามเดิม

ต่อมาตลอดเวลาที่ตรึงแนวอยู่กับข้าศึก ยิ่งนานวันเข้าฝนยิ่งชุกหนัก ทำการรบไม่ได้ผลจึงสั่งให้กองพันทหารราบที่ ๒๐ และ กองพันทหารราบที่ ๒๑ มาพักร่วมกับกรมทหารราบที่ ๗ ที่บ้านหนองกัง มีกำลังบางส่วนรักษาเส้นทางไว้ที่บ้านปางสาลี ซึ่งเป็นทางแยกร่วมกับบ้านสา และบ้านหนองกัง ส่วนกองพันทหารราบที่ ๑๙ นั้น คงให้วางกำลังรักษาบ้านยางไว้ตามเดิม
ครั้นถึงเดือนธันวาคม ๒๔๘๕ หน่วยกรมทหารราบที่ ๗ ได้รับการผลัดเปลี่ยนให้ลงมาพักฟื้นและปรับกำลังใหม่ ณ ที่ตั้งเดิม คือ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

ในระหว่างที่มาพักฟื้นนี้ ได้มีการเปลี่ยนตัวผู้บังคับกองพันคือ กองพันทหารราบที่ ๒๑ ได้รับการบรรจุ พันโท จรูญ อินทรกำแหง มาเป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๒๑ แทน พันตรี ยง ศรีคารานนท์ ซึ่งเสียชีวิตในสนามรบ และต่อมา พันตรี ขุน เลื่อนรุกรบ ผู้บังคับกองพันทหารราบได้ถึงแก่กรรมที่โรงพยาบาลสนามเชียงราย เนื่องจากไข้มาลาเรีย ทางราชการจึงได้บรรจุ พันตรี พร บุญยรัตนพันธ์ มาเป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๒๐ แทน พันโท ขุนจำรูญรณสิทธิ์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๕๒ มาเป็นผู้บังคับการทหารราบที่ ๗ แทน พันเอก หลวงนิเทศยุทธศิลป์ ซึ่งย้ายไปรับราชการที่อื่น

เดือนมิถุนายน ๒๔๘๕ กรมทหารราบที่ ๗ ทั้งหมดได้เคลื่อนกำลังไปรักษาเส้นทางที่เมืองเลน ในสหรัฐไทยเดิมอีก มีหน้าที่ป้องกันเส้นทางทางปีกขวาและสะพานข้ามแม่น้ำเลน

เดือนมกราคม ๒๔๘๗ กรมทหารราบที่ ๗ ได้กลับมาเข้าที่ตั้งอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย อีกครั้งหนึ่ง เพื่อปรับปรุงกำลัง กองบังคับการกรมทหารราบที่ ๗ ได้เข้าพักบริเวณโรงเรียนบ้านสันคือ กองพันทหารราบที่ ๑๙ พักที่บ้านป่าปู กองพันทหารราบที่ ๒๐ พักบ้านห้วยไคร้ และกองพันทหารราบที่ ๒๑ พักที่บ้านยางแล

ขณะที่พักอยู่ที่ อำเภอแม่จัน ทางราชการได้ย้าย พันตรี พร บุญยรัตนพันธ์ ไปราชการที่อื่น จึงให้ พันโท ทุน เทียมศิลปชัย (ผู้บังคับกองร้อยพิเศษปืนสนามเพลาะ) มารักษาราชการแทน ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๒๐

เดือนพฤศจิกายน ๒๔๘๗ กองบังคับการกรมทหารราบที่ ๗ ได้รับคำสั่งให้นำหน่วยขึ้นไปเปลี่ยนหน่วยของกองพลที่ ๒ ที่บ้านยอง ซึ่งเป้นเมืองสำคัญเมืองหนึ่ง รองลงมาจากเชียงตุง เส้นทางแยกไปทางตะวันออกของเมืองพะยาค กรมทหารราบที่ ๗ ได้ส่งกองพันต่างๆ เข้าสับเปลี่ยนหน้าที่รักษาแทนหน่วยในกรมทหารราบที่ ๕ ของกองพลที่ ๒ คือ บริเวณ เมืองหลวย และเมืองเชียงขาง ตัวกองบังคับการกรมทหารราบที่ ๗ และส่วนที่เหลือตั้งอยู่ในตัวเมืองยอง

เมื่อ ๑ มกราคม ๒๔๘๗ หน่วยในกรมทหารราบที่ ๗ ได้รับคำสั่งหน่วยประจำฝั่งซ้ายแม่น้ำหลวย
เมื่อ เมษายน ๒๔๘๘ หน่วยได้รับคำสั่งให้เดินทางมาเข้าที่ตั้งบริเวณอำเภอเมืองเชียงราย และเตรียมการต่อต้านญี่ปุ่น
เมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๔๘๘ ญี่ปุ่นแพ้สงคราม และยอมแพ้โดยสันติ หน่วยเริ่มเตรียมเดินทางกลับที่ตั้งปกติ


๓. ร.๔ (สงครามมหาเอเชียบูรพา)

             เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๔ สงครามมหาเอเชียบูรพา หน่วยนี้ได้นำกำลัง ไปปฏิบัติราชการสนามร่วมกับกองทัพพายัพ ภายใต้การนำของ พันโท ไปล่ ฯ และ พันโท เชื่อม ฯ ที่แม่สอด และจากแม่สอดมุ่งตรงไปยังเชียงราย - เชียงตุง - แม่น้ำรำ ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับมณฑลยูนาน ภารกิจที่ได้รับมอบหมายก็คือ ขับไล่ข้าศึก และรักษาพื้นที่ที่ได้รับมอบ นับว่าหน่วยได้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จจนได้รับเหรียญกล้าหาญ สงครามมหาเอเชียบูรพายืดเยื้อเป็นเวลา ๓ ปี ๑๑ เดือน ๘ วัน จึงสงบลง จนเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๘ สงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้ยุติลง รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้พิจารณาเห็นว่า เมืองเชียงรายมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาวและพม่า อาจจะเกิดสถานการณ์ต่อความมั่นคงซึ่งย่อมจะมีผลกระทบกระเทือนต่อการรักษา เอกราช และอธิปไตยของชาติ เหตุการณ์และความรุนแรงของการสู้รบในมหาสงครามโลกที่ผ่านมานั้น ทำให้คนไทยและประเทศไทยต้องมีความระมัดระวัง และรอบคอบในการประเมินสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ จึงเห็นสมควรจัดตั้งหน่วยทหารประจำเมืองเชียงรายขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๑ กองทัพบกได้สั่งให้กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๔ ซึ่งมีที่ตั้งปกติอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เคลื่อนย้ายกำลังโดยรถไฟ เข้าสู่จังหวัดลำปาง บริเวณม่อนพญาแช่ ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มี พันโท พิศิษฐ์ ไกรจิตติ เป็นผู้บังคับกองพัน ประกอบด้วย ๒ กองร้อย ๑ หมวดปืนใหญ่ทหารราบ ๑ หมวดสื่อสาร ๑ หมวดสูทกรรม และ ๑ หมวดเสนารักษ์
กำลังส่วนนี้ให้เข้าที่พักดังกล่าว เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายไปยังจังหวัดเชียงรายต่อไป

เมื่อเข้าที่ตั้งจังหวัดลำปางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๔ จึงได้ส่งกำลังส่วนล่วงหน้าจำนวน ๑ หมวด ขึ้นไปที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเตรียมการในเรื่องสถานที่ โดยได้ให้ ร้อยตรี จำเนียร มีสง่า พร้อมด้วยนายสิบ พลทหาร จำนวน ๑ หมวด เดินทางเข้าไปยังจังหวัดเชียงราย บริเวณบ้านเด่นห้า ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ทำการปรับปรุงสถานที่ให้เรียบร้อย พร้อมที่จะรับกำลังพลจากหน่วยที่เข้าที่พักแรมจังหวัดลำปาง

ณ บริเวณบ้านเดิ่นห้านั้น ได้มีการก่อสร้างอาคารไว้ เมื่อก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ บ้างแล้ว มีอาคารกองร้อย จำนวน ๒ หลัง อาคารกองบังคับการ ๑ หลัง และบ้านพักนายทหาร ๖ หลัง บ้านพักนาย ๒ แถวๆ ละ ๑๐ ห้อง อาคารดังกล่าวถูกรื้อเมื่อประมาณพุทธศักราช ๒๕๐๒ เพื่อสร้างอาคารใหม่ เพราะเก่า อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม

คณะเตรียมการของ ร้อยตรี จำเนียร มีสง่า ได้ทำการปรับปรุงอาคารบ้านพัก และแผ้วถางบริเวณที่จำเป็น ก็เดินทางตามขึ้นมานับตั้งแต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบัน จังหวัดเชียงรายก็ได้มีกำลังทหารประจำอยู่เป็นการถาวร

ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ กองทัพบกได้จัดตั้งจังหวัดทหารบกเชียงรายอีกครั้งหนึ่ง ตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกองทัพบกในกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๔) พุทธศักราช ๒๔๙๓ ณ ที่ตั้งของกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๔ เดิม ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็น กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๗ ตามคำสั่งกองทัพบกที่ ๘๗/๗๗๘๑ ลง ๑๙ มิถุยายน ๒๔๙๒ มีผู้บังคับกองพัน และผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย คือ พันโท จำลอง อุทะนุต ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนตำแหน่งผู้บังคับกองพัน เป็น พันโท อาจ อาจผจญศึกเก่งพล ขึ้นการบังคับบัญชากับกองพลทหารราบที่ ๗ จังหวัดลำปาง ซึ่งมี พลตรี หลวงสวัสดิฤทธิรณ ฯ เป็นผู้บัญชาการ

ในปีเดียวกันนี้ ได้เปลี่ยนตำแหน่งให้ พันโท พยุง ทองอุทัย เป็นผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย และผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๗

ในปีนี้ กองทัพบกได้เปลี่ยนนามหน่วยเป็น กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑๗ ตามคำสั่งกองทัพบกที่ ๘๓/๗๓๑๓ ลง ๑๒ มิถุนายน ๒๔๙๓

ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๔ ได้เพิ่มกำลังทหารขึ้นอีก ๑ กองร้อย และได้เปลี่ยนตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย และผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑๗ เป็น พันโท เพี้ยน สิทธิมงคล

ต่อมาปีพุทธศักราช ๒๔๙๔ แปรสภาพเป็น กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๗ ขึ้นการบังคับบัญชา กองพลที่ ๗ ตามคำสั่งกองทัพบกที่ ๖/๑๒๐๓ ลง ๑๙ มกราคม ๒๔๙๕ กับได้เปลี่ยนตำแหน่ง ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย และผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๗ เป็น พันโท เปลี่ยน ศรีรัตน์

และในปีเดียวกัน หน่วยกองพัน หน่วยกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๗ ได้รับพระราชทานธงชัยเฉลิมพล จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ขณะนั้นมี พลเอก ผิน ชุณหะวัณ เป็นผู้บัญชาการทหารบก

มีการเปลี่ยนตำแหน่ง ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย และผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๗ เป็น พันโท เสริม คงสุวรรณ พร้อมกับได้รับการแปรสภาพหน่วยจาก กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๗ เป็น กองพันทหารราบที่ ๓ กรมผสมที่ ๗ ตามคำสั่งกองทัพบกที่ ๓๒/๒๗๗๖๐ ลง ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ ซึ่งในปีนี้ได้มีการก่อสร้างอาคารเรือนโรงเพิ่มอีกจำนวนมาก
ปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ เปลี่ยนตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย และผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๓ กรมผสมที่ ๗ เป็น พันโท เสริม คงสุวรรณ (ครั้งที่ ๒)

ปีพุทธศักราช ๒๕๐๒ เปลี่ยนตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย และผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๓ กรมผสมที่ ๗ เป็น พันโท อำนวย ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

ปีพุทธศักราช ๒๕๑๐ กองทัพบกได้สั่งให้แยกหน่วยทหารในจังหวัดเชียงราย ออกเป็น ๒ ส่วน คือ
๑. หน่วยทหารส่วนกำลังรบ ได้แก่ กองพันทหารราบที่ ๓ กรมผสมที่ ๗ มี พันโท เด่นชัย บุญงาม เป็นผู้บังคับกองพัน
๒. หน่วยทหารส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดทหารบกเชียงราย มี พันเอก ยรรยง หงษ์สีทอง เป็นผู้บังคับการ

ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ กองทัพบกได้แก้ไขอัตราเฉพาะกิจของจังหวัดทหารบกเชียงรายเสียใหม่ โดยขยายให้มีการบรรจุหมวดสมุดประวัติจังหวัดทหารบกเชียงราย เหล่าสารบรรณ ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ ๑๐๓/๑๙ (ครั้งที่ ๕) ลง ๒ ธันวาคม ๒๕๑๙
ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ กองทัพบกได้แก้ไขอัตราเฉพาะกิจของจังหวัดทหารบกเชียงราย จากหมวดสมุดประวัติ เป็นแผนกประวัติและบำนาญจังหวัดทหารบกเชียงราย

ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๒ จังหวัดทหารบกเชียงราย ได้รับการบรรจุแผนการฝึกกำลังสำรอง ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๒๑ ตามประกาศกรมการรักษาดินแดน ลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๒๑ โดยมีหัวหน้าแผนกการฝึกกำลังสำรอง จังหวัดทหารบกเชียงราย (อัตรา พันตรี) รับผิดชอบการฝึกนักศึกษาวิชาการทหาร ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ทำการฝึกนักศึกษาวิชาการทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา โดยรับโอนงานจากแผนกการฝึกกำลังสำรอง มณฑลทหารบกที่ ๗ จังหวัดลำปาง

ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๒๔ แผนกการฝึกกำลังสำรอง จังหวัดทหารบกเชียงราย ได้ขยายอัตราหัวหน้าแผนกการฝึกกำลังสำรองจากอัตรา พันตรี เป็นอัตรา พันโท ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ ๖๑/๒๗ ลง ๘ พฤษภาคม ๒๕๒๗ และ กองทัพบกได้มีคำสั่งให้เปิดรับสมัครนักศึกษาวิชาทหารหญิง ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๒๙ จนถึงปัจจุบัน

ครั้นเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๗ กองทัพบก ได้มีคำสั่งให้จังหวัดทหารบกเชียงราย (ส่วนแยกพะเยา) ตามคำสั่งกองทัพบกที่ ๒๔๓/๒๗ ลง ๘ ตุลาคม ๒๕๒๗ ขึ้นอีก เพื่อสนับสนุนหน่วยกำลังรบที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คือ กรมทหารราบที่ ๑๗ จังหวัดพะเยา


www.rta.mi.th/gjag/ ข่าวทหารบก
ตรวจสอบยอดเงิน อทบ. คำรับรองการปฏิบัติราชการ
การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล สหกรณ์ออมทรัพย์
การประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก http://korlor.cloud.rta.mi.th/
เชิญอ่านต่อ